วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปี พ.ศ.2550 เริ่มยุคการก่อการร้ายด้วยระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์วางระเบิดส่งท้ายปีเก่า 8 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างเวลา 18:00-24:00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และต่ออีก 5 นาทีของวันที่ 1 ม.ค.2550 อาจถือเป็นสัญญาณของยุคเริ่มต้นของการก่อการร้ายด้วยระเบิดแสวงเครื่อง  (Improvised Explosive Devices : IED) ในประเทศไทยก็เป็นได้ 

เหตุการณ์นี้  ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และทำให้ใครหลายคนที่เตรียมตัวเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าหลายคนเกิดการหวาดผวา จนกระทั้งการจัดงานเฉลิมฉลองศักราชใหม่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในหลายพื้นที่ต้องประกาศยกเลิกการจัดงาน

ที่มาของภาพ ผู้จัดการ Online
คนร้ายลอบวางระเบิดใน กทม. 8 จุด เมื่อ 31 ธ.ค. 2549 – 1 ม.ค.2550  ระหว่างเวลา 18.10-00.05 น. นั้นมีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 33 คน  โดยสรุปได้ ดังนี้
  1. สะพานลอยคนข้ามฝั่งร้านอาหารพงหลี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 คน คือ นายสงกรานต์ กาญจนะ อายุ 36 ปี บาดเจ็บสาหัส 3 คน
  2. ชุมชนไผ่สิงโต ตลาดผลไม้คลองเตย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 7 คน เสีย ชีวิต 1 คน คือ นายสุวิชัย นาคเอี่ยม อายุ 61 ปี
  3. ป้อมตำรวจจราจรสี่แยกสะพานควาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน ป้อมตำรวจเสียหายเล็กน้อย
  4. ป้อมตำรวจจราจรซอยสุขุมวิท 62 ไม่มีผู้บาดเจ็บ ป้อมตำรวจและรถยนต์เสียหาย 1 คัน
  5. ลานจอดรถจักรยานยนต์ ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ไม่มีผู้บาดเจ็บ
  6. ป้อมตำรวจจราจร สี่แยกแคราย ไม่มีผู้บาดเจ็บ
  7. ท่าเรือด่วนประตูน้ำ บริเวณสะพานเฉลิมโลก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน เป็นชาวต่างชาติ 6 คน คนไทย 2 คน
  8. ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าห้างเกษรพลาซ่า ตรงข้ามห้างเซ็ลทรัลเวิล์ด มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติ 1 คน รถยนต์เสียหาย 1 คัน
"....จากการประเมินของกองพิสูจน์หลักฐานที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นจากที่เกิดเหตุ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทราบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องแรงดันต่ำ โดยตั้งเวลาจุดระเบิดด้วยนาฬิกา ซึ่งมีตะปูเหล็กเป็นตัวเชื่อมต่อพร้อมสายไฟ ขนาดของวัตถุระเบิดเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ซึ่งแต่ละแห่งมีลักษณะที่เหมือนกัน โดยสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากการสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนหวาดวิตก..."


ที่มาของภาพ http://www.thairath.co.th/content/488091
"....มีรายงานมาว่า ลักษณะการวางระเบิด 3 ใน 6 จุด มีลักษณะลอบวางไว้ในถังขยะเหมือนกัน โดยจุดวางระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ พบว่าระเบิดซุกซ่อนอยู่ในกระป๋องมันฝรั่ง (กระป๋องที่ทำจากกระดาษ) และเมื่อพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณร้านทองโซน G ซึ่งเป็นกระป๋องมันฝรั่งฟริงเกิ้ล สภาพใหม่ เมื่อแม่บ้านหยิบมันฝรั่งจากภายในไปเรื่อยๆ พบสายไฟจำนวนมาก...."

ที่มาของภาพ http://www.thairath.co.th/content/488091
".....สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า ระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นระเบิดแรงดันสูง มีส่วนประกอบของแอมโมเนียมไนเตรด M4 จุดระเบิดด้วยเศษเหล็กและตะปูเป็นส่วนประกอบ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องเหล็กขนาด 3 x 5 นิ้ว สูง 1 นิ้ว ตั้งเวลาจุดระเบิดด้วยนาฬิกาดิจิตอล ทั้งนี้พบสัญลักษณ์ที่น่าสงสัยเป็นตัวอักษรย่อ IRK มีลักษณะเป็นการเขียนด้วยปากกาคล้ายกราฟิค ในจุดเกิดเหตุ 3-4 จุด คือ บริเวณตู้โทรศัพท์หน้าห้างสรรพสินค้าเกสรพลาซ่า ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราชดำริ ท่าเรือคลองแสนแสบ ซึ่งตรงกับที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ..."

ไม่ว่าการวางระเบิดแสวงเครื่องทั้ง 8 จุดในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยครั้งนี้ จะเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเกี่ยวข้องกับการเมืองที่เปลี่ยนขั้วอำนาจหรือไม่ก็ตาม แต่มันเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการก่อการร้ายด้วยระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  


*************************
ที่มาข้อมูล :
  • Kittinunn Online. (2550). จับตาความน่าจะเป็น แกะรอยเส้นทางระเบิดป่วน กทม. http://www.oknation.net/blog/kittinunn/2007/01/01/entry-1
  • มาหาอะไร @ Maha-arai. http://maha-arai.blogspot.com/2009/04/blog-post_7025.html

การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ EOD เมื่อพบ IED

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเมื่อพบระเบิดแสวงเครื่อง มีดังนี้
  1. รับทราบภารกิจ (Tasking)
  2. การวางแผนขั้นต้น (Initial Planning)
  3. การปฏิบัติ ณ จุดนัดพบ
  4. การสอบถามพยาน (Questioning)
  5. การประเมินสถานการณ์ (Evaluation)
  6. การวางแผนการปฏิบัติ (Planning)
  7. การปฏิบัติตามแผน (Execution)
  8. การดำเนินการขั้นสุดท้าย
ที่มาของภาพ http://www.thairath.co.th/content/345599
ทั้ง 8 ขั้นตอน เป็นหลักการในการปฏิบัติของการเก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 3 กรรมวิธี คือ
  1. การเข้าหา (Access Procedure) ความมุ่งหมายเพื่อทราบจุดที่แน่นอนของระเบิดแสวงเครื่อง
  2. การทำให้ปลอดภัย (Render Safe Procedure) ความมุ่งหมายเพื่อใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ในการหยุดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง
  3. การรอคอย (Soak Time) เป็นระยะเวลาเพื่อความปลอดภัยในการเข้าหาระเบิดแสวงเครื่อง
การพิสูจน์ทราบระเบิดแสวงเครื่อง
เป็นขั้นตอนสำคัญในการเก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่อง ต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษเข้าช่วย และเครื่องมือพิเศษที่จัดว่ามีความจำเป็นมากสำหรับนักเก็บกู้วัตถุระเบิดคือ เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล (Water Cannon) และ เครื่องเอ็กซ์เรย์ (X-ray)

เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล เป็นเครื่องมือหลักของนักเก็บกู้วัตถุระเบิดในการนิรภัยระเบิดแสวงเครื่อง ปัจจุบันกรมสรรพาวุธทหารบก ได้ผลิตแจกจ่ายให้หน่วยงานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (ทลร.) ของกองทัพบก โดยใช้ลำกล้องที่หมดอายุของ ปก.93 ขนาด 0.50 นิ้ว มีการทดสอบการใช้งานจนเป็ฯที่ยอมรับของหน่วยงานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (ทลร.) ทุกเหล่าทัพว่ามีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่าที่จัดหาจากต่างประเทศ เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทลร.มีความปลอดภัยสูงขึ้น และโอกาสในการตัดการทำงานของวงจรระเบิดแสวงเครื่องมีมากกว่า 95% นอกจากนี้ยังชาวยประหยัดงบประมาณของกองทัพบกอีกเป็นจำนวนมาก

เครื่องเอ็กซ์เรย์ เปรียบเสมือนตาของนักเก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งระเบิดแสวงเครื่องมักจะถูกปกปิดไม่สามารถเห็นส่วนประกอบภายในได้ จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์ ทำให้เราสามารถทราบโครงสร้างภายในของวัตถุต้องสงสัย เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบติให้เกิดความปลอดภัย 

แนวทางการปฏิบัติหลังจากที่พิสูจน์ทราบแล้ว
ตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติต่อระเบิดแสวงเครื่อง
  1. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการเปิด ใช้เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล หรือถ้าเคลื่อนย้าวยได้ให้ทำการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่โล่งแจ้งแล้วระเบิดทำลาย
  2. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการยกหรือการเคลื่อนย้าย ถ้าสามารถระเบิดทำลาย ณ ที่ตรวจพบให้ใช้ระเบิดทำลายหรือใช้เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล แต่ถ้าเหตุการณ์นั้นจำเป็นต้องเก็บกู้ด้วยมือ (Hand Entry) ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง
  3. ระเบิดแสวงเครื่องแบบถ่วงเวลาด้วยนาฬิกา จำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลา ถ้าสามารถระเบิดทำลาย ณ ที่ตรวจพบให้ใช้ระเบิดทำลายหรือใช้เครื่องปลดชนวนระยะไกล
  4. ระเบิดแสวงเครื่องแบบควบคุมระยะไกลใช้วิทยุรับ-ส่ง ให้ทำการค้นหาผู้ที่ควบคุมการจุดระเบิด ในรัศมีของวิทยุรับ-ส่ง ซึ่งมักจะอยู่ในที่สูง และให้ระวังกลลวง ถ้าสามารถระเบิดทำลาย ณ ที่ตรวจพบให้ใช้ระเบิดทำลายหรือใช้เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ถ้ารู้ช่องสัญญาณความถี่ให้ใช้เครื่องรบกวนสัญญาณ (Jamming) รบกวนการทำงานของเครื่องรับ
ส่วนมากระเบิดแสวงเครื่องที่ออกแบบเพื่อความมุ่งหมายในการทำลาย มักมีระบบป้องกันการเก็บกู้ด้วย ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวอาจมีการทำงานหลายระบบ หรือมีการทำลงานหลายชั้น 

ฉะนั้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้ จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

*****************************
ที่มาข้อมูล : กรมสรรพาวุธทหารบก