แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ช่วยกันเป็นหูเป็นหา ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย

จากเหตุการณ์วางระเบิดบริเวณสถานที่สำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร  จำนวน 10 จุด เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องราวของระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Device : IED) กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหนึ่ง ระเบิดแสวงเครื่องอาจถูกวางในพื้นที่ใดก็ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจไม่สามารถช่วยระมัดระวังได้อย่างทั่วถึง ประชาชนจึงควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา หมั่นสังเกตุและระแวดระวังวัตถุต้องสงสัยกันมากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง  

หมั่นการสังเกตความผิดปกติในพื้นที่ของเรา สิ่งของอะไรที่ 
ไม่เคยเห็น ไม่เป็นของใคร ไม่ใช่ที่อยู่ ดูไม่เรียบร้อย
ให้สมมติฐานว่าอาจจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องไว้ก่อน

การห่อหุ้มเพื่ออำพราง
วัสดุอุปกรณ์หรือภาชนะที่มักใช้ห่อหุ้ม หรือบรรจุ IED เพื่ออำพรางให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ทำให้ยากต่อการตรวจพบ ซึ่งหากไม่ระมัดระวัง หรือขาดการสังเกตที่ดีก็มักจะตกเป็นเหยื่อของ IED อยู่เสมอ รูปแบบการห่อหุ้มที่เคยพบ เช่น
  • บรรจุในถังน้ำยาเคมีดับเพลิง        
  • บรรจุในถังแก๊สหุงต้ม
  • บรรจุแผ่นเหล็กรูปทรงต่างๆ
  • บรรจุในท่อแป๊บน้ำ/ท่อพีวีซี/ท่อประปา
  • บรรจุในถังน้ำมันเชื้อเพลิงรถจักรยานยนต์
  • บรรจุในหม้อแขก
  • บรรจุในถัง/กระป๋องสี
  • บรรจุในแกลลอนน้ำมันเครื่อง
  • บรรจุในขวดแก้ว
  • ห่อหุ้มด้วยปูนซีเมนต์เลียนแบบหลักทาง
  • ห่อหุ้มในกระสอบทราย
  • ห่อหุ้มด้วยกล่องพลาสติก/กระป๋องขนม
  • ห่อหุ้มด้วยกล่องนม/น้ำผลไม้
  • ห่อหุ้มด้วยกระป๋องน้ำอัดลม/เบียร์
  • ซุกซ่อนในกระเป๋าสะพาย
  • ซุกซ่อนในหนังสือ
  • ซุกซ่อนในกระถางต้นไม้
  • ซุกซ่อนในรถจักรยานยนต์
  • ซุกซ่อนในหลักกิโลเมตร
  • ฯลฯ








จุดที่มักชอบวาง  IED
จุดที่วาง IED ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ แต่ส่วนใหญ่มักจะซุกซ่อนไม่ให้สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย และสามารถให้อำนาจการระเบิดมีผลกระทบต่อเป้าหมายมากที่สุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พบ มีตัวอย่างให้เห็น ดังนี้
  1. การลอบวางงระเบิดเส้นทางลาดตระเวน เช่น บนพื้นถนนอ่อนหรือชำรุด การขุดจากด้านข้างถนน การวางไว้บนต้นไม้ การซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ วางไว้ในท่อลอดใต้ถนน วางไว้โคนเสาหลักกิโลเมตร วางไว้ริมถนน วางไว้บนเนินดินข้างถนน  วางไว้บนเสาไฟข้างถนน เป็นต้น  
  2. การลอบวางระเบิดในเขตชุมชน เช่น วางไว้ในรถจักรยานยนต์ ในรถยนต์ ในถังขยะ ในกองขยะ ในกระถางต้นไม้ ไว้ใต้ที่นั่งพัก เป็นต้น
  3. การลอบวางระเบิดภายในอาคาร ร้าน ค้า และสถานบันเทิง เช่น วางไว้ในร้านสะดวกซื้อ ในร้านหนังสือ ในห้างสรรพสินค้า ในสถานบันเทิง ใต้อ่างล้างมือ ในห้องน้ำสาธารณะ 
  4. การลอบวางระบิดในพื้นที่อื่นๆ เช่น ในศาลาพักริมทาง ใต้ลานอิฐตัวหนอน บนเกาะกลางถนน ใต้แผงขายของ ในแปลงปลูกต้นไม้ ในป้อมตำรวจ เป็นต้น 
จุดที่มักวาง IED ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กล่าวมา สามารถนำไปใช้เป็นจุดที่ควรสังเกตเบื้องต้นได้ แต่หากท่านใดพบวัตถุต้องสงสัยเข้าจริงๆ ขอให้ทำตามคำแนะนำตามลิงค์นี้ ครับ



*********************************
ที่มาข้อมูล
  • คู่มือการพัฒนาระเบิดแสวงเครื่องของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
  • แนวทางการบริหารเหตุการณ์วิกฤต


วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ EOD เมื่อพบ IED

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดเมื่อพบระเบิดแสวงเครื่อง มีดังนี้
  1. รับทราบภารกิจ (Tasking)
  2. การวางแผนขั้นต้น (Initial Planning)
  3. การปฏิบัติ ณ จุดนัดพบ
  4. การสอบถามพยาน (Questioning)
  5. การประเมินสถานการณ์ (Evaluation)
  6. การวางแผนการปฏิบัติ (Planning)
  7. การปฏิบัติตามแผน (Execution)
  8. การดำเนินการขั้นสุดท้าย
ที่มาของภาพ http://www.thairath.co.th/content/345599
ทั้ง 8 ขั้นตอน เป็นหลักการในการปฏิบัติของการเก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 3 กรรมวิธี คือ
  1. การเข้าหา (Access Procedure) ความมุ่งหมายเพื่อทราบจุดที่แน่นอนของระเบิดแสวงเครื่อง
  2. การทำให้ปลอดภัย (Render Safe Procedure) ความมุ่งหมายเพื่อใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ในการหยุดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง
  3. การรอคอย (Soak Time) เป็นระยะเวลาเพื่อความปลอดภัยในการเข้าหาระเบิดแสวงเครื่อง
การพิสูจน์ทราบระเบิดแสวงเครื่อง
เป็นขั้นตอนสำคัญในการเก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่อง ต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษเข้าช่วย และเครื่องมือพิเศษที่จัดว่ามีความจำเป็นมากสำหรับนักเก็บกู้วัตถุระเบิดคือ เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล (Water Cannon) และ เครื่องเอ็กซ์เรย์ (X-ray)

เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล เป็นเครื่องมือหลักของนักเก็บกู้วัตถุระเบิดในการนิรภัยระเบิดแสวงเครื่อง ปัจจุบันกรมสรรพาวุธทหารบก ได้ผลิตแจกจ่ายให้หน่วยงานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (ทลร.) ของกองทัพบก โดยใช้ลำกล้องที่หมดอายุของ ปก.93 ขนาด 0.50 นิ้ว มีการทดสอบการใช้งานจนเป็ฯที่ยอมรับของหน่วยงานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (ทลร.) ทุกเหล่าทัพว่ามีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่าที่จัดหาจากต่างประเทศ เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทลร.มีความปลอดภัยสูงขึ้น และโอกาสในการตัดการทำงานของวงจรระเบิดแสวงเครื่องมีมากกว่า 95% นอกจากนี้ยังชาวยประหยัดงบประมาณของกองทัพบกอีกเป็นจำนวนมาก

เครื่องเอ็กซ์เรย์ เปรียบเสมือนตาของนักเก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งระเบิดแสวงเครื่องมักจะถูกปกปิดไม่สามารถเห็นส่วนประกอบภายในได้ จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์ ทำให้เราสามารถทราบโครงสร้างภายในของวัตถุต้องสงสัย เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบติให้เกิดความปลอดภัย 

แนวทางการปฏิบัติหลังจากที่พิสูจน์ทราบแล้ว
ตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติต่อระเบิดแสวงเครื่อง
  1. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการเปิด ใช้เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล หรือถ้าเคลื่อนย้าวยได้ให้ทำการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่โล่งแจ้งแล้วระเบิดทำลาย
  2. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการยกหรือการเคลื่อนย้าย ถ้าสามารถระเบิดทำลาย ณ ที่ตรวจพบให้ใช้ระเบิดทำลายหรือใช้เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล แต่ถ้าเหตุการณ์นั้นจำเป็นต้องเก็บกู้ด้วยมือ (Hand Entry) ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง
  3. ระเบิดแสวงเครื่องแบบถ่วงเวลาด้วยนาฬิกา จำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลา ถ้าสามารถระเบิดทำลาย ณ ที่ตรวจพบให้ใช้ระเบิดทำลายหรือใช้เครื่องปลดชนวนระยะไกล
  4. ระเบิดแสวงเครื่องแบบควบคุมระยะไกลใช้วิทยุรับ-ส่ง ให้ทำการค้นหาผู้ที่ควบคุมการจุดระเบิด ในรัศมีของวิทยุรับ-ส่ง ซึ่งมักจะอยู่ในที่สูง และให้ระวังกลลวง ถ้าสามารถระเบิดทำลาย ณ ที่ตรวจพบให้ใช้ระเบิดทำลายหรือใช้เครื่องยิงปลดชนวนระยะไกล โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ถ้ารู้ช่องสัญญาณความถี่ให้ใช้เครื่องรบกวนสัญญาณ (Jamming) รบกวนการทำงานของเครื่องรับ
ส่วนมากระเบิดแสวงเครื่องที่ออกแบบเพื่อความมุ่งหมายในการทำลาย มักมีระบบป้องกันการเก็บกู้ด้วย ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวอาจมีการทำงานหลายระบบ หรือมีการทำลงานหลายชั้น 

ฉะนั้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้ จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

*****************************
ที่มาข้อมูล : กรมสรรพาวุธทหารบก

การปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ทั่วไปเมื่อพบ IED

การปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ทั่วไปเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย หรือ IED
เจ้าหน้าที่ทั่วไปเมื่อได้รับแจ้งว่ามีวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิดแสวงเครื่อง เมื่อถึงพื้นที่เกิดเหตุแล้วควรดำเนินการดังนี้
  1. อพยพผู้คนและกัยเขตอันตรายไม่น้อยกว่าระยะที่กำหนด
  2. สอบถามข้อมูลจากผู้พบเห็นหรือพยานที่พบเห็น และให้กักตัวไว้ก่อน
  3. ให้ข้อมูลและสอบถามข้อมูลจากหน่วยข่าวกรอง
  4. แจ้งหน่วยช่วยเหลืออื่นๆ เช่น หน่วยดับเพลิง หน่วยพยาบาลฉุกเฉิน หรือหน่วยกู้ภัยต่างๆ
  5. รอพบเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดที่รับผิดชอบ เพื่อให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่
ที่มาของภาพ http://news.truelife.com/detail/3086072

**********************
ที่มาข้อมูล : กรมสรรพาวุธทหารบก

เมื่อพบวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิดแสวงเครื่อง จะทำอย่างไร

เมื่อพบวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิดแสวงเครื่อง จะทำอย่างไร
หากท่านพบวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิดแสวงเครื่อง ข้อควรปฏิบัติมีดังนี้
  1. ห้ามจับต้อง หยิบยกเคลื่อนย้าย ทำให้สั่นสะเทือนหรือเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด
  2. สอบถามหาเจ้าของวัตถุต้องสงสัย หากไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า วัตถุต้องสงสัยอาจจะเป็นวัตถุระเบิด
  3. จดจำลักษณะทั่วไปของวัตถุต้องสงสัยและบริเวณพื้นที่ที่พบเห็น เพื่อเป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ เก็บกู้วัตถุระเบิด ดังนี้
    1. ขนาด, รูปร่าง ของวัตถุต้องสงสัย
    2. ลักษณะบ่งบอกอื่นๆ เช่น มีเสียงการทำงาน มีสายไฟฟ้า เป็นต้น
  4. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้รับผิดชอบสถานที่นั้นทราบ โดยรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการต่อไป
  5. อพยพผู้คนออกจากอาคารสถานที่หรือพื้นที่โดยรอบโดยด่วน โดยวิธีนุ่มนวลเพื่อไม่ให้เกิดการตื่นกลัว
  6. กำหนดเขตอันตรายและป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตอันตราย โดยประมาณการจากขนาดวัตถุต้องสงสัย
    1. IED ขนาดเล็ก ปิดกั้นระยะไม่ต่ำกว่า 100 เมตร
    2. IED ขนาดกลาง ปิดกั้นระยะไม่ต่ำกว่า 200 เมตร
    3. IED ขนาดใหญ่ รถยนต์ระเบิด ปิดกั้นระยะไม่ต่ำกว่า 400 เมตร
  7. ผู้พบเห็นวัตถุต้องสงสัยให้รอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด
ที่มาของภาพ http://suphanburi.dlt.go.th/pic55pr04_songkran55.html


***************************
ที่มาข้อมูล : 
  • กรมสรรพาวุธทหารบก
  • แนวทางการบริหารเหตุการณ์วิกฤต

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ระเบิดแสวงเครื่อง สังเกตได้อย่างไร

ระเบิดแสวงเครื่อง สังเกตได้อย่างไร
เนื่องจากระเบิดแสวงเครื่อง มีลักษณะภายนอกเหมือนกับวัสดุ หรือของใช้ทั่วไป ทำให้การสังเกตหรือการพิสูจน์ทราบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องนั้น ค่อนข้างทำได้ยาก และจะมีข้อพิจารณาในเบื้องต้นได้ ดังนี้

  1. เป็นวัตถุที่ไม่มีเจ้าของ หรือหาเจ้าของไม่พบ 
  2. เป็นวัตถุมีลักษณะภายนอกผิกปกติ หรือผิดจากรูปเดิมไป เช่น กล่องมีร่องรอยเปรอะเปื้อน กล่องปิดผนึกไม่เรียบร้อยหรือมีรอยผนึกใหม่ มีรอยยับต่างๆ หรือมีสีที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น
  3. เป็นวัตถุที่ควรจะอยู่ในที่อื่นมากกว่าจะอยู่ตรงนั้น
  4. เป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่ตรงนั้นมาก่อนเลย
  5. ฯลฯ
จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแค่เหตุผลในการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น ถ้ามีข้อผิดสังเกตให้ระลึกไว้เสมอว่า

"วัตถุต้องสงสัยนั้น อาจเป็นระเบิดแสวงเครื่อง"

ที่มาของภาพ โพสต์ทูเดย์


















**********************
ที่มา : กรมสรรพาวุธทหารบก

ระเบิดแสวงเครื่องทำงานได้อย่างไร

ระเบิดแสวงเครื่องทำงานได้อย่างไร
ระเบิดแสวงเครื่องที่พบส่วนมากเป็นระเบิดแสวงเครื่องระบบไฟฟ้า เพราะทำได้ง่ายและกำหนดการทำงานได้หลากหลาย ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน คือ
  1. แหล่งจ่ายไฟ ได้แก่ แบตเตอรี่ต่างๆ  
  2. ระบบสวิทช์ควบคุม ได้แก่ สวิทช์ปลอดภัย (Safety switch) สวิทช์พร้อมระเบิด (Arming switch) สวิทช์จุดระเบิด (Firing switch) หรือ วงจร สวิทช์อิเลคทรอนิกส์ต่างๆ
  3. ตัวจุดระเบิด ได้แก่ เชื้อปะทุทางทหารหรือเชื่อปะทุทางพลเรือน
  4. ดินระเบิดหลัก ได้แก่ แท่งดินระเบิดมาตรฐาน หรือวัตถุระเบิดที่ทำขึ้นเอง
ที่มาของภาพ http://www.globalsecurity.org/military/intro/ied.htm

ลักษณะการทำงานของระเบิดแสวงเครื่องระบบไฟฟ้านั้น ส่วนประกอบที่ทหให้เกิดการทำงานในรูปแบบต่างๆ คือระบบสวิทช์ควบคุม ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มการทำงานของระบบสวิทช์ควบคุมได้เป็น 4 กลุ่ม คือ
  1. ทำงานจากการกระทำของเหยื่อ เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ต้องอาศัยบุคคลหรือสิ่งอื่นๆ มากระทำ เพื่อให้เกิดการระเบิด เช่น ยกระเบิด เปิดระเบิด หรือเอียงระเบิด สามารถแบ่งลักษณะได้ดังนี้
    1. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการยก (กล่องระเบิด) 
    2. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการเปิด (แฟ้มเอกสารระเบิด)
    3. ระเบิดแสวงเครื่องแบบป้องกันการเคลื่อนย้าย (กล่องระเบิด)
  2. ทำงานแบบบังคับจุด เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่สามารถควบคุมการทำงานได้จากระยะไกล (Remote Control) มีวงจรการทำงานที่ซับซ้อน และผู้ที่ประดิษฐ์ระเบิดแบบนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์เป็นอย่างดี สามารถแบ่งลักษณะได้ดังนี้
    1. ระเบิดแสวงเครื่องแบบสั่งงานด้วยวิทยุรับ-ส่ง
    2. ระเบิดแสวงเครื่องแบบสั่งงานด้วยโทรศัพท์มือถือ
  3. การทำงานแบบถ่วงเวลา  เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาการทำงานเป็นหลัก เช่น ใช้นาฬิกา หรือวงจรนับแบบอิเลคทรอนิกส์ สามารถแบ่งลักษณะได้ดังนี้
    1. ระเบิดแสวงเครื่องถ่วงเวลาด้วยนาฬิกาแบบใช้แบตเตอรี่
    2. ระเบิดแสวงเครื่องถ่วงเวลาด้วยวงจรแบบอิเลคทรอนิกส์
    3. ระเบิดแสวงเครื่องถ่วงเวลาด้วยรีเลย์
  4. การทำงานแบบอาศัยสภาพแวดล้อม เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ต้องอาศัยลักษณะของสภาพแวดล้อมเป็นตัวเริ่มทำงาน เช่น เมื่อได้รับแสงสว่างหรือมีเสียงดังจะทำให้ระเบิดทำงาน ส่วนมากระบบสวิทช์ควบคุมจะเป็นวงจรอิเลคทรอนิกส์ สามารถแบ่งลักษณะได้ดังนี้
    1. ระเบิดแสวงเครื่องทำงานด้วยแสงสว่าง
    2. ระเบิดแสวงเครื่องทำงานด้วยเสียง
    3. ระเบิดแสวงเครื่องทำงานด้วนความร้อน
การประดิษฐ์ระเบิดแสวงเครื่อง มักจะขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และความชำนาญของผู้ประดิษฐ์ ฉะนั้นการทำงานของระเบิดแสวงเครื่องอาจมีระบบการทำงานได้หลายอย่างในตัวเอง เช่น มีระบบป้องกันการยก การเคลื่อนย้าย ระบบถ่วงเวลา ระบบควบคุมการทำงานระยะไกล หรือการทำงานอื่นๆ ด้วยสาเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการเก็บกู้วัตถุระเบิด จะต้องประเมินค่าของระเบิดแสวงเครื่องให้สูง และจะต้องระลึกไว้เสมอว่า

วัตถุระเบิด...ไม่เคยปราณีใคร
วัตถุระเบิด...ไม่เคยให้โอกาสใครแก้ตัว
วัตถุระเบิด...ไม่เคยมีคำตอบที่ถูกต้องให้ใคร

และมีข้อคิดสำหรับผู้ที่ประดิษฐ์หรือผู้วางระเบิดแสวงเครื่องว่า

วัตถุระเบิด คือ ดาบสองคมเสมอ

************************
ที่มาข้อมูล : กรมสรรพาวุธทหารบก


ประเภทของระเบิดแสวงเครื่อง

ประเภทของระเบิดแสวงเครื่อง
ระเบิดแสวงเครื่องสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของระบบการทำงานได้ 3 ระบบ คือ
1.ระบบสารเคมี  เป็นการใช้สารเคมีทำให้เกิดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง ตัวอย่างเช่น การใช้น้ำกรดกัดกร่อนภาชนะที่บรรจุสารเคมี เมื่อภาชนะรั่ว ทำให้สารเคมีซึ่งเป็นส่วนผสมของระเบิดเกิดปฏิกริยากันแล้วระเบิดขึ้น วิธีการนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะขั้นตอนการทำยุ่งยาก ไม่สามารถควบคุมเวลาที่จะทำให้ระเบิดได้แน่นอน และที่สำคัญเป็นอันตรายแก่ผู้ประดิษฐ์


ที่มาของภาพ http://www.wired.com/2010/07/ff_roadside_bombs/

2.ระบบกลไก เป็นการใช้อุปกรณ์ทางกลต่างๆ ทำให้เกิดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง ตัวอย่างเช่น การใช้กลไกประกอบกับลูกระเบิดขว้างแล้วบรรจุในกล่อง เมื่อเปิดกล่องจะทำให้กระเดื่องนิรภัยของลูกระเบิดขว้างเป็นอิสระแล้วเกิดระเบิดขึ้น หรือการใช้ระบบลานนาฬิกาเป็นกลไก เมื่อครบเวลาที่ตั้งไว้ ลานนาฬิกาจะไปปลดล็อคกระเดื่องนิรภัยให้เป็นอิสระแล้วเกิดระเบิดขึ้น วิธีการนี้ส่วนใหญ่จะต้องอาศัยสิ่งอื่นๆ มากระทำต่อตัวระเบิดจึงจะเริ่มทำงาน ระเบิดแสวงเครื่องแบบนี้ นิยมใช้เพื่อการข่มขู่ การประสงค์ต่อชีวติหรือทำให้บาดเจ็บล้มตายเฉพาะบุคคล
ที่มาของภาพ http://www.globalsecurity.org/military/intro/ied-firing.htm

3.ระบบไฟฟ้า เป็นการใช้ระบบอุปกรณ์ทางไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิคส์มาทำให้เกิดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง ตัวอย่างเช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ โทรศัพท์ไร้สาย รีโมทคอนโทรลรถยนต์ รถหรือเครื่องบินบังคับวิทยุ นำมาประกอบเชิ้อปะทุไฟฟ้าและวัตถุระเบิด ระเบิดแสวงเครื่องแบบนี้ เป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากทำได้ง่าย สามารถควบคุมจังหวะการทำงานและกำหนดเวลาการทำงานได้แน่นอน ควบคุมการทำงานได้ในระยะไกล และสร้างความซับซ้อนตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของผู้ประดิษฐ์ได้หลากหลายรูปแบบ ตามความรู้ความสามารถของผู้ประดิษฐ์


ที่มาของภาพ http://www.inertproducts.com/ied_training_kits

***************************

ที่มาข้อมูล : กรมสรรพาวุธทหารบก